หอแก้วมุกดาหารจังหวัดมุกดาหาร
ประวัติและความเป็นมา
หอแก้วมุกดาหารเฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษก ตั้งอยู่บนถนนชยางกูร (มุกดาหาร-ดอนตาล) สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวโรกาสครองราชย์ครบ ๕๐ ปี หอแก้วมุกดาหารเป็นหอสูง ลักษณะเป็นอาคาร ๒ ชั้น ทรงเก้าเหลี่ยม ชั้น ๑ จัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้ในการดำรงชีวิตของชาวมุกดาหารชั้น ๒ เป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติเมืองมุกดาหาร วัตถุโบราณ ภาพถ่ายเก่า ตลอดจนเครื่องแต่งกายชาวไทยพื้นเมืองมุกดาหาร ๘ เผ่า ชั้น ๖ สามารถชมทัศนียภาพรอบตัวเมือง แม่น้ำโขงและฝั่งลาวได้อย่างสวยงาม ชั้นบนสุด (ชั้น๗) เป็นหอพระประดิษฐานพระพุทธรูปนวมิ่งมงคลมุกดาหารและพระประจำวันเกิดทั้ง ๗ วัน เปิดทุกวันตั้งแต่ เวลา ๐๘.๐๐-๑๘.๐๐ น. ค่าเข้าชม ๒๐ บาทหอแก้วที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสครองเป็นหอแก้วที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสครองราชย์ครบ 50 ปี ในวันที่ 9 มิ.ย.38 โดยนายสาโรช คัชมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารสมัยนั้น เป็นผู้ริเริ่มโครงการ โดยเริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 3 พ.ค.38 แล้วเสร็จวันที่ 31 พ.ค.39 ซึ่งนายธีระชัย ฐานิตสรณ์ บุตรชายนายย่ำเซ็ง แซ่ลิ้ม ได้บริจาคที่ดินจำนวน [...]
บ้านเกิดพระยาพิชัยดาบหัก
ปัจจุบันตั้งอยู่ที่ หมู่บ้านห้วยคา หมู่ที่ 9 ตำบลในเมือง อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ห่างจากตัวจังหวัดอุตรดิตถ์ประมาณ 40กิโลเมตร และห่างจากอำเภอพิชัยและหลายปีมานี้ช่วงต้นเดือนเมษายนของทุกปีจะมีการจัดงานประจำปีเพื่อให้ประชาชนได้มาสักการะบูชาพระยาพิชัยดาบหักที่บ้านเกิดท่านนี้ ซึ่งในงานก็จะมีการแสดงเรื่องราวประวัติของพระยาพิชัยดาบหักแสงสีเสียงอันตระการตาดำเนินงานโดย องค์การบริหารส่วนตำบลในเมืองและ อำเภอพิชัย
หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.phichai.com
สะพานมิตรภาพไทยลาวจังหวัดมุกดาหาร
ตั้งอยู่บริเวณทิศเหนือของจังหวัดมุกดาหารบนเส้นทางมุกดาหารธาตุพนม ห่างจากจังหวัดมุกดาหารประมาณ 6กิโลเมตรบริเวณหมู่บ้าน นาโปกับบางทราย สะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่สองนี้เป็นเส้นทางการ คมนาคมที่สำคัยอีกเส้นทางหนึ่งในการเดินทางไปมาระหว่าง ไทย-ลาวซึ่งแต่ละวันจะมีชาวไทยเดินทางข้ามสะพานแห่งนี้ไปเที่ยวยังประเทศลาว จำนวนไม่น้อย และชาวลาวเองยังใช้เส้นทางนี้เดินทางเข้ามาซื้อสินค้า ยังประเทศไทย
สะพานมิตรภาพไทยลาวจังหวัดมุกดาหาร
ประวัติ
สมเด็จพรระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือสมเด็จพระเจ้าเสือ (สมเด็จพระพุทธเจ้าเสือ) ราชวงศ์บ้านพลูหลวง พระองค์ที่ 2 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 29 แห่งกรุงศรีอยุธยา โอรสสมเด็จพระเพทราชา กับนางกุลธิดา (ราชธิดาพระเจ้าเชียงใหม่ ซึ่งสมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้พระราชทานให้สมเด็จพระเพทราชาเมื่อครั้งที่ดำรงตำแหน่ง(เจ้า-กรมช้าง) พระราชสมภพปีขาล พ.ศ. 2205 ราชาภิเษก พ.ศ.2246ทรงมีพระราชโอรส 2 พระองค์ คือเจ้าฟ้าเพชร (สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ) และเจ้าฟ้าพร (สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ)สำหรับพระสมญานามว่า “เสือ” อาจสืบเนื่องมาจากพระราชสมภพปีขาล ซึ่งแปลว่าเสือ บางท่านกล่าวว่าเป็นเพราะพระองค์มีพระนิสัยดุ จากพระราชประวัติ น่าจะหมายถึงทรงมีความเด็ดขาดในการมีรับสั่งให้ผู้ที่ปฏิบัติงานใดก็แล้วแต่ ทำงานแล้วจะต้องสำเร็จผลเป็นอย่างดี
หากบกพร่องพระองค์จะมีรับสั่งให้ลงโทษ ไม่เฉพาะข้าราชบริพารเท่านั้น แม้พระราชโอรสทั้งสองก็เช่นกัน อย่างเช่น ในการเสด็จไปคล้องช้างที่เมืองนครสวรรค์ มีรับสั่งให้เจ้าฟ้าเพชรและเจ้าฟ้าพรตัดถนนข้ามบึงหูกวาง โดยถมบึงส่วนหนึ่งให้เสร็จภายในหนึ่งคืน พระราชโอรสดำเนินงานเสร็จตามกำหนด แต่เมื่อเสด็จพระราชดำเนิน ช้างทรงตกหล่ม ทรงลงพระราชอาญาเจ้าฟ้าเพชร แต่หากผู้ใดมีความดีความชอบพระองค์กลับมีพระเมตตายิ่งดังเรื่อง พันท้ายนรสิงห์มหาดเล็กข้าหลวง เดิมตำแหน่งนายท้ายเรือพระที่นั่งเอกชัยของสมเด็จพระเจ้าเสือเมื่อครั้งเสด็จทางชลมารคไปตามคลองโคกขาม เมืองสาครบุรี ลำคลองคดเคี้ยวมาก พันท้ายนรสิงห์เป็นผู้คัดท้ายเรือพระที่นั่งและเป็นผู้ทำให้หัวเรือพระที่นั่งชนกิ่งไม้ หัวเรือพระที่นั่งหัก ซึ่งตามพระราชประเพณีนายท้ายเรือจะต้องรับโทษถึงตายแต่สมเด็จพระเจ้าเสือ ทรงมีพระเมตตาพระราชทานอภัยโทษแต่พันท้ายนรสิงห์เกรงจะเสียขนบธรรมเนียม กราบทูลขอให้พระองค์มีพระเมตตาแก่บุตรภรรยาของตนแทน และขอรับโทษตามราชประเพณี พระองค์จึงมีรับสั่งให้ปลูกศาลเพียงตาแล้วประหารชีวิตตัดศีรษะพันท้ายนรสิงห์ พร้อมทั้งนำหัวเรือพระที่นั่งขึ้นพลีกรรมไว้บนศาลด้วยในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช [...]
ประวัติความเป็นมา
ในอดีตการปกป้องรักษาบ้านเมือง นอกจากมีกำลังพลกองทัพบกแล้ว กำลังพลกองทัพเรือ ก็มีความสำคัญในการรักษาเอกราชของชาติ ตั้งแต่สมัย กรุงสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี จนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ กำลังรบทางเรือในลำน้ำ แม่น้ำลำคลอง ใช้เรือพายเป็นหลัก การรบจะเรือพายเข้ามาชิดเรือข้าศึก และฝีพาย ซึ่งเป็นกำลังรบด้วย จะทำการเข้าประชิดตัวข้าศึก ทำการรบพุ่งกับข้าศึก. ดังนั้นเรือพายจึงเป็นกำลังหลักทางน้ำ ในยามบ้านเมืองสงบปราศจากข้าศึก กองทัพเรือได้ทำเรือพายมาใช้ในการแข่งขันกีฬา เช่น การเล่นเพลาเรือ พระเพณีพรและประเพณีแข่งเรือ
ประเพณีแข่งเรือยาวของจังหวัดพิจิตร
การแข่งเรือยาวของหวัดท่าหลวง เริ่มในสมัยท่าเจ้าคุณ พระธรรมทัสส์มุนีวงค์ (เอี่ยม) เจ้าอาวาสวัดท่าหลวง และเจ้าคณะจังหวัดพิจิตร เมื่อ ประมาณ พ.ศ. 2450 ได้กำหนดงานจัดงานแข่งขันเรือตามกำหนดวัน คือ วันขึ้น 6 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี ภายหลังน้ำในแม่น้ำน่าน ลดลงเร็วเกินไป ไม่เหมาะสมจะแข่งขันเรือยาว จึงเปลี่ยนมาเป็นวันขึ้น 6 ค่ำ เดือน 10 และทางวัดแข่งขันเพียงวันเดียว การแข่งขันเรือยาว ได้จัดนำผ้าห่มหลวงพ่อเพชร มอบให้เป็นรางวัล สำหรับเรือยาวที่ชนะเลิศ และรองชนะเลิศ ต่อมาได้เปลี่ยนรางวัลเป็นธงที่มีรูปหลวงพ่อเพชรแทน
หอแก้วมุกดาหารจังหวัดมุกดาหาร
ประวัติและความเป็นมา
หอแก้วมุกดาหารเฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษก ตั้งอยู่บนถนนชยางกูร (มุกดาหาร-ดอนตาล) สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวโรกาสครองราชย์ครบ ๕๐ ปี หอแก้วมุกดาหารเป็นหอสูง ลักษณะเป็นอาคาร ๒ ชั้น ทรงเก้าเหลี่ยม ชั้น ๑ จัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้ในการดำรงชีวิตของชาวมุกดาหารชั้น ๒ เป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติเมืองมุกดาหาร วัตถุโบราณ ภาพถ่ายเก่า ตลอดจนเครื่องแต่งกายชาวไทยพื้นเมืองมุกดาหาร ๘ เผ่า ชั้น ๖ สามารถชมทัศนียภาพรอบตัวเมือง แม่น้ำโขงและฝั่งลาวได้อย่างสวยงาม ชั้นบนสุด (ชั้น๗) เป็นหอพระประดิษฐานพระพุทธรูปนวมิ่งมงคลมุกดาหารและพระประจำวันเกิดทั้ง ๗ วัน เปิดทุกวันตั้งแต่ เวลา ๐๘.๐๐-๑๘.๐๐ น. ค่าเข้าชม ๒๐ บาทหอแก้วที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสครองเป็นหอแก้วที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสครองราชย์ครบ 50 ปี ในวันที่ 9 มิ.ย.38 โดยนายสาโรช คัชมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารสมัยนั้น เป็นผู้ริเริ่มโครงการ โดยเริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 3 พ.ค.38 แล้วเสร็จวันที่ 31 พ.ค.39 ซึ่งนายธีระชัย ฐานิตสรณ์ บุตรชายนายย่ำเซ็ง แซ่ลิ้ม ได้บริจาคที่ดินจำนวน [...]
ข้อมูลโรงแรม ฮอลิเดย์ การ์เด้นท์ เชียงใหม่
รูปโรงแรม Holiday Garden Hotel & Resort – เชียงใหม่ โรงแรม ฮอลิเดย์ การ์เด้นท์ (Holiday Garden Hotel & Resort) เป็น รีสอร์ทที่เงียบสงบท่ามกลางสีสันของเมืองใหญ่ เป็นรีสอร์ทเพียงแห่งเดียวในตัวเมืองเชียงใหม่ที่อุดมไปด้วยต้นไม้เขียว ชอุ่ม และสามารถมองเห็นดอยสุเทพที่สวยงาม เหมาะสำหรับการพักผ่อนของคุณ อีกทั้งสะดวกสบายในการเดินทาง เพราะโรงแรมตั้งอยู่ไม่ไกลจากแหล่งชอบปิ้งและใจกลางเมือง
ด้วยที่พักที่ตกแต่งอย่างสวยงาม ภายใต้ความร่มรื่นของต้นไม้น้อยใหญ่นานาพันธุ์ พื้นหญ้าอันเขียวขจีดูสบายตา รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน สิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณรื่นรมณ์ และประทับใจกับทุก ๆ นาทีที่มาเยี่ยมเยือนจังหวัดเชียงใหม่ในทุก ๆ ครั้งที่มาพักกับเรา
หากเอ่ยถึงชื่อร้านก๋วยเตี๋ยวแดงโอชาแล้วล่ะก็ ชาวเชียงใหม่ต้องรู้จักกันดีอย่างแน่นอน ซึ่ง ร้านนี้เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวสูตรโบราณจากบรรพบุรุษที่เปิดมานานกว่า 50 ปีแล้ว โดยทางร้านมีเมนูก๋วยเตี๋ยวให้ท่านได้เลือกทานกันมากมายหลายเมนู เช่น ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ, หมูตุ๋นที่มีทั้งน้ำข้นและน้ำใส
ด้วย รสชาติของก๋วยเตี๋ยวที่อร่อย เด็ดแถมราคาเป็นกันเองทำให้ทางร้านเป็นที่ติดอกติดใจของหลายๆคน และที่สำคัญทางร้านยังมีสูตรเด็ดที่ไม่เหมือนใคร คือพริกแดงซึ่งเป็นสูตรเฉพาะของทางร้านเท่านั้นที่จัดไว้ให้บริการลูกค้าที่ มาฝากท้องทุกๆท่าน น้ำตาล พริกป่น น้ำส้ม พริกแดง พริกเขียว อย่างละ 2 ช้อน
เชิญมาลิ้มลองความอร่อยของก๋วยเตี๋ยว ร้านแดงโอชา (หน้าวัดสันป่าข่อย) แล้วท่านจะได้พบกับความอร่อยที่เด็ดพร้อมเจ้าของร้านมีอัธยาศัยดีพร้อมให้การต้อนรับลูกค้าด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นกันเอง
ประวัติ
สมเด็จพรระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือสมเด็จพระเจ้าเสือ (สมเด็จพระพุทธเจ้าเสือ) ราชวงศ์บ้านพลูหลวง พระองค์ที่ 2 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 29 แห่งกรุงศรีอยุธยา โอรสสมเด็จพระเพทราชา กับนางกุลธิดา (ราชธิดาพระเจ้าเชียงใหม่ ซึ่งสมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้พระราชทานให้สมเด็จพระเพทราชาเมื่อครั้งที่ดำรงตำแหน่ง(เจ้า-กรมช้าง) พระราชสมภพปีขาล พ.ศ. 2205 ราชาภิเษก พ.ศ.2246ทรงมีพระราชโอรส 2 พระองค์ คือเจ้าฟ้าเพชร (สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ) และเจ้าฟ้าพร (สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ)สำหรับพระสมญานามว่า “เสือ” อาจสืบเนื่องมาจากพระราชสมภพปีขาล ซึ่งแปลว่าเสือ บางท่านกล่าวว่าเป็นเพราะพระองค์มีพระนิสัยดุ จากพระราชประวัติ น่าจะหมายถึงทรงมีความเด็ดขาดในการมีรับสั่งให้ผู้ที่ปฏิบัติงานใดก็แล้วแต่ ทำงานแล้วจะต้องสำเร็จผลเป็นอย่างดี
หากบกพร่องพระองค์จะมีรับสั่งให้ลงโทษ ไม่เฉพาะข้าราชบริพารเท่านั้น แม้พระราชโอรสทั้งสองก็เช่นกัน อย่างเช่น ในการเสด็จไปคล้องช้างที่เมืองนครสวรรค์ มีรับสั่งให้เจ้าฟ้าเพชรและเจ้าฟ้าพรตัดถนนข้ามบึงหูกวาง โดยถมบึงส่วนหนึ่งให้เสร็จภายในหนึ่งคืน พระราชโอรสดำเนินงานเสร็จตามกำหนด แต่เมื่อเสด็จพระราชดำเนิน ช้างทรงตกหล่ม ทรงลงพระราชอาญาเจ้าฟ้าเพชร แต่หากผู้ใดมีความดีความชอบพระองค์กลับมีพระเมตตายิ่งดังเรื่อง พันท้ายนรสิงห์มหาดเล็กข้าหลวง เดิมตำแหน่งนายท้ายเรือพระที่นั่งเอกชัยของสมเด็จพระเจ้าเสือเมื่อครั้งเสด็จทางชลมารคไปตามคลองโคกขาม เมืองสาครบุรี ลำคลองคดเคี้ยวมาก พันท้ายนรสิงห์เป็นผู้คัดท้ายเรือพระที่นั่งและเป็นผู้ทำให้หัวเรือพระที่นั่งชนกิ่งไม้ หัวเรือพระที่นั่งหัก ซึ่งตามพระราชประเพณีนายท้ายเรือจะต้องรับโทษถึงตายแต่สมเด็จพระเจ้าเสือ ทรงมีพระเมตตาพระราชทานอภัยโทษแต่พันท้ายนรสิงห์เกรงจะเสียขนบธรรมเนียม กราบทูลขอให้พระองค์มีพระเมตตาแก่บุตรภรรยาของตนแทน และขอรับโทษตามราชประเพณี พระองค์จึงมีรับสั่งให้ปลูกศาลเพียงตาแล้วประหารชีวิตตัดศีรษะพันท้ายนรสิงห์ พร้อมทั้งนำหัวเรือพระที่นั่งขึ้นพลีกรรมไว้บนศาลด้วยในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช [...]
วัดศรีมงคลใต้ จังหวัดมุกดาหาร
เป็นวัดที่ประดิษฐานพระเจ้าองค์หลวง พระพุทธรูปก่ออิฐถือปูน ตั้งอยู่ใกล้กับ ท่าด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง สร้างขึ้นก่อนตั้งเมืองมุกดาหาร ไม่ปรากฏว่าสร้างในสมัยใด องค์มีขนาดหน้าตักกว้าง 2.20 เมตร ส่วนสูงเฉพาะองค์ถึงยอดพระเมาลี 2 เมตร สูงจากฐาน 3 เมตร
ตามตำนานกล่าวว่า เมื่อ พ.ศ. 2310 เจ้ากินรีได้พาพรรคพวกอพยพจากฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงข้ามมาตั้งเมืองใหม่ขึ้นทางฝั่งขวาแม่น้ำโขง ตรงปากห้วยมุก แล้วตั้งนามเมืองว่า เมืองมุกดาหาร วันหนึ่งขณะที่เจ้ากินรีคุมบ่าวไพร่ถากถางอยู่ใกล้ต้นตาลเจ็ดยอด ได้พบพระพุทธรูปสององค์ องค์ใหญ่เป็นพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูน องค์เล็กเป็นพระพุทธรูปเหล็กอยู่ใต้ต้นโพธิ์ เจ้ากินรีจึงสร้างวัดขึ้นบริเวณนั้น และตั้งชื่อว่า วัดศรีมงคุณ (วัดศรีมงคลใต้ในปัจจุบัน) เพื่อเป็นมงคลแก่ชาวเมืองและเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปของทั้งสององค์ เมื่ออัญเชิญพระพุทธรูปทั้งสองไปไว้ในโบสถ์ รุ่งขึ้นเมื่อพระภิกษุประจำวัดเข้าไปสักการะ ก็ปรากฏว่าไม่พบพระพุทธรูปเหล็ก เมื่อค้นดูรอบๆ บริเวณวัด พบว่าพระพุทธรูปเหล็กไปประดิษฐานอยู่ใต้ต้นโพธิ์ตามเดิม และจมลงในดินเหลือแต่ยอดพระเมาลี เจ้ากินรีจึงสร้างแท่นสักการะบูชาไว้ ณ ที่นั้น และถวายนามว่า พระหลุบเหล็ก ส่วนพระพุทธรูปองค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่วัดศรีมงคลใต้ เรียกนามว่า พรเจ้าองค์หลวง เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองจวบ
ศาลหลักเมืองนี้ตังอยู่บริเวณตลาดราตรี(ตลาดโต้รุ่ง)หน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร ประวัติความเป็นมาไม่ทราบแน่ชัด แต่เป็นอีกที่หนึ่งที่ชาวจังหวัดมุกดาหาร เคารพสักการะบูชากัน ในเวลาค่ำจะมีร้านขายดอกไม้พวงมาลัยมาขายอยู่บริเวณด้านหน้าถ้าไปเที่ยวจังหวัดมุกดาหารก็อย่าลืมไป กราบ ศาลหลักเมืองมุกดาหารกันนะครับ ขอให้โชคดีครับถูกล๊อตเตอรี่รางวัลที่ 1 ครับ