<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เที่ยวทั่วไทย ไปกับอีซี่ทัวร์ จะพาไปให้ทั่ว แนะนำที่เที่ยวแบบเด็ดๆ โรงแรม ที่พัก อาหาร รถเช่าเรารู้หมด มาร่วมเดินทางไปกับเราวันนี้  Esytour.com</title>
	<atom:link href="http://www.esytour.com/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.esytour.com</link>
	<description>โรงแรมที่พัก และสถานที่ท่องเที่ยวที่เราแนะนำให้ไปเที่ยว</description>
	<lastBuildDate>Wed, 04 Nov 2009 18:28:58 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.4</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>ถิ่นประสูตรพระเจ้าเสือ</title>
		<link>http://www.esytour.com/%e0%b8%96%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad</link>
		<comments>http://www.esytour.com/%e0%b8%96%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 04 Nov 2009 17:43:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ผู้ชายพาเที่ยว</dc:creator>
				<category><![CDATA[จังหวัดพิจิตร]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่สักการะบูชา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.esytour.com/?p=145</guid>
		<description><![CDATA[ประวัติ









สมเด็จพรระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือสมเด็จพระเจ้าเสือ (สมเด็จพระพุทธเจ้าเสือ) ราชวงศ์บ้านพลูหลวง พระองค์ที่ 2 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 29 แห่งกรุงศรีอยุธยา โอรสสมเด็จพระเพทราชา กับนางกุลธิดา (ราชธิดาพระเจ้าเชียงใหม่ ซึ่งสมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้พระราชทานให้สมเด็จพระเพทราชาเมื่อครั้งที่ดำรงตำแหน่ง(เจ้า-กรมช้าง) พระราชสมภพปีขาล พ.ศ. 2205 ราชาภิเษก พ.ศ.2246ทรงมีพระราชโอรส 2 พระองค์ คือเจ้าฟ้าเพชร (สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ) และเจ้าฟ้าพร (สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ)สำหรับพระสมญานามว่า “เสือ” อาจสืบเนื่องมาจากพระราชสมภพปีขาล ซึ่งแปลว่าเสือ บางท่านกล่าวว่าเป็นเพราะพระองค์มีพระนิสัยดุ จากพระราชประวัติ น่าจะหมายถึงทรงมีความเด็ดขาดในการมีรับสั่งให้ผู้ที่ปฏิบัติงานใดก็แล้วแต่ ทำงานแล้วจะต้องสำเร็จผลเป็นอย่างดี












หากบกพร่องพระองค์จะมีรับสั่งให้ลงโทษ ไม่เฉพาะข้าราชบริพารเท่านั้น แม้พระราชโอรสทั้งสองก็เช่นกัน อย่างเช่น ในการเสด็จไปคล้องช้างที่เมืองนครสวรรค์ มีรับสั่งให้เจ้าฟ้าเพชรและเจ้าฟ้าพรตัดถนนข้ามบึงหูกวาง โดยถมบึงส่วนหนึ่งให้เสร็จภายในหนึ่งคืน พระราชโอรสดำเนินงานเสร็จตามกำหนด แต่เมื่อเสด็จพระราชดำเนิน ช้างทรงตกหล่ม ทรงลงพระราชอาญาเจ้าฟ้าเพชร แต่หากผู้ใดมีความดีความชอบพระองค์กลับมีพระเมตตายิ่งดังเรื่อง พันท้ายนรสิงห์มหาดเล็กข้าหลวง เดิมตำแหน่งนายท้ายเรือพระที่นั่งเอกชัยของสมเด็จพระเจ้าเสือเมื่อครั้งเสด็จทางชลมารคไปตามคลองโคกขาม เมืองสาครบุรี ลำคลองคดเคี้ยวมาก พันท้ายนรสิงห์เป็นผู้คัดท้ายเรือพระที่นั่งและเป็นผู้ทำให้หัวเรือพระที่นั่งชนกิ่งไม้ หัวเรือพระที่นั่งหัก ซึ่งตามพระราชประเพณีนายท้ายเรือจะต้องรับโทษถึงตายแต่สมเด็จพระเจ้าเสือ ทรงมีพระเมตตาพระราชทานอภัยโทษแต่พันท้ายนรสิงห์เกรงจะเสียขนบธรรมเนียม กราบทูลขอให้พระองค์มีพระเมตตาแก่บุตรภรรยาของตนแทน และขอรับโทษตามราชประเพณี พระองค์จึงมีรับสั่งให้ปลูกศาลเพียงตาแล้วประหารชีวิตตัดศีรษะพันท้ายนรสิงห์ พร้อมทั้งนำหัวเรือพระที่นั่งขึ้นพลีกรรมไว้บนศาลด้วยในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_146" class="wp-caption aligncenter" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-146" title="seor_1" src="http://www.esytour.com/wp-content/uploads/2009/11/seor_1-300x225.jpg" alt="พระเจ้าเสือ" width="300" height="225" /><p class="wp-caption-text">พระเจ้าเสือ</p></div>
<p>ประวัติ</p>
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%" bgcolor="#FFFFFF">
<tbody>
<tr>
<td></td>
<td></td>
</tr>
<tr>
<td height="110"></td>
<td></td>
<td colspan="2" valign="top">สมเด็จพรระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือสมเด็จพระเจ้าเสือ (สมเด็จพระพุทธเจ้าเสือ) ราชวงศ์บ้านพลูหลวง พระองค์ที่ 2 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 29 แห่งกรุงศรีอยุธยา โอรสสมเด็จพระเพทราชา กับนางกุลธิดา (ราชธิดาพระเจ้าเชียงใหม่ ซึ่งสมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้พระราชทานให้สมเด็จพระเพทราชาเมื่อครั้งที่ดำรงตำแหน่ง(เจ้า-กรมช้าง) พระราชสมภพปีขาล พ.ศ. 2205 ราชาภิเษก พ.ศ.2246ทรงมีพระราชโอรส 2 พระองค์ คือเจ้าฟ้าเพชร (สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ) และเจ้าฟ้าพร (สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ)สำหรับพระสมญานามว่า “เสือ” อาจสืบเนื่องมาจากพระราชสมภพปีขาล ซึ่งแปลว่าเสือ บางท่านกล่าวว่าเป็นเพราะพระองค์มีพระนิสัยดุ จากพระราชประวัติ น่าจะหมายถึงทรงมีความเด็ดขาดในการมีรับสั่งให้ผู้ที่ปฏิบัติงานใดก็แล้วแต่ ทำงานแล้วจะต้องสำเร็จผลเป็นอย่างดี</td>
<td></td>
</tr>
<tr>
<td height="18"></td>
<td></td>
<td></td>
<td></td>
<td></td>
</tr>
<tr>
<td height="154"></td>
<td></td>
<td colspan="2" valign="top">หากบกพร่องพระองค์จะมีรับสั่งให้ลงโทษ ไม่เฉพาะข้าราชบริพารเท่านั้น แม้พระราชโอรสทั้งสองก็เช่นกัน อย่างเช่น ในการเสด็จไปคล้องช้างที่เมืองนครสวรรค์ มีรับสั่งให้เจ้าฟ้าเพชรและเจ้าฟ้าพรตัดถนนข้ามบึงหูกวาง โดยถมบึงส่วนหนึ่งให้เสร็จภายในหนึ่งคืน พระราชโอรสดำเนินงานเสร็จตามกำหนด แต่เมื่อเสด็จพระราชดำเนิน ช้างทรงตกหล่ม ทรงลงพระราชอาญาเจ้าฟ้าเพชร แต่หากผู้ใดมีความดีความชอบพระองค์กลับมีพระเมตตายิ่งดังเรื่อง พันท้ายนรสิงห์มหาดเล็กข้าหลวง เดิมตำแหน่งนายท้ายเรือพระที่นั่งเอกชัยของสมเด็จพระเจ้าเสือเมื่อครั้งเสด็จทางชลมารคไปตามคลองโคกขาม เมืองสาครบุรี ลำคลองคดเคี้ยวมาก พันท้ายนรสิงห์เป็นผู้คัดท้ายเรือพระที่นั่งและเป็นผู้ทำให้หัวเรือพระที่นั่งชนกิ่งไม้ หัวเรือพระที่นั่งหัก ซึ่งตามพระราชประเพณีนายท้ายเรือจะต้องรับโทษถึงตายแต่สมเด็จพระเจ้าเสือ ทรงมีพระเมตตาพระราชทานอภัยโทษแต่พันท้ายนรสิงห์เกรงจะเสียขนบธรรมเนียม กราบทูลขอให้พระองค์มีพระเมตตาแก่บุตรภรรยาของตนแทน และขอรับโทษตามราชประเพณี พระองค์จึงมีรับสั่งให้ปลูกศาลเพียงตาแล้วประหารชีวิตตัดศีรษะพันท้ายนรสิงห์ พร้อมทั้งนำหัวเรือพระที่นั่งขึ้นพลีกรรมไว้บนศาลด้วยในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช สมเด็จพระเจ้าเสือได้ถวายตัวเป็นมหาดเล็กรับราชการเป็นที่ โปรดปรานของสมเด็จพระนารายณ์ ต่อมาได้ตำแหน่งเป็นหลวงสรศักดิ์</td>
<td></td>
</tr>
<tr>
<td height="13"></td>
<td></td>
<td></td>
<td></td>
<td></td>
</tr>
<tr>
<td height="88"></td>
<td></td>
<td colspan="2" valign="top">สมัยสมเด็จพระเพทราชา (พ.ศ. 2231 &#8211; 2246) หลวงสรศักดิ์ให้รับสถาปนาเป็นพระมหาอุปราช กรมพระราชวังบวรสถานมงคล และได้ขึ้นครองราชสมบัติต่อจากพระเพทราชาพระนาม “สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8” สมเด็จพระเจ้าเสือ พระนามเดิม “เดื่อ” สืบเนื่องมาจากพระมารดาและสมเด็จพระเพทราชา(จางวาง-กรมช้าง) ตามเสด็จสมเด็จพระนารายณ์มหาราชขึ้นไป นมัสการพระพุทธชินราชและพระพุทธชินสีห์ วัดพระศรี-มหาธาตุ เมืองพิษณุโลก กระบวนเสด็จพระราชดำเนินถึงตำบลโพธิ์ประทับช้าง (เดิมชื่ออะไรไม่ปรากฏ) เมืองพิจิตร พระมารดาเจ็บครรภ์คลอดพระองค์ใกล้ต้นโพธิ์ใหญ่ ซึ่งมีต้นมะเดื่อใหญ่อยู่ใกล้กัน และได้นำรกไปฝังไว้ระหว่างต้นโพธิ์กับต้นมะเดื่อเสร็จแล้วกระบวนเสด็จพระราชดำเนินทางต่อไปจนถึงเมืองพิษณุโลก</td>
<td></td>
</tr>
<tr>
<td height="17"></td>
<td></td>
<td></td>
<td></td>
<td></td>
</tr>
<tr>
<td height="66"></td>
<td></td>
<td colspan="2" valign="top">สมัยสมเด็จพระเจ้าเสือบ้านเมืองสงบสุขไม่มีศัตรูมารุกราน แม้พระองค์โปรดการเสด็จประพาสไปในที่ต่าง ๆ ทั้งทางบกทางน้ำเป็นส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ประทับในพระราชวัง แต่ก็ไม่มีผู้ใดคิดร้าย เนื่องจากเกรงอำนาจบารมีของพระองค์ โปรดการคล้องช้างป่าเพื่อนำมาใช้ในราชการ โปรดการทรงเบ็ดตกปลา ล่าสัตว์ และโปรดการชกมวยอย่างยิ่ง ทรงปลอมพระองค์เป็นสามัญชนนักมวยชาวกรุงผู้มีฝีมือเป็นเลิศเสด็จไปตามสนามมวยต่าง ๆ เพื่อเปรียบมวยชกและทรงชนะทุกครั้งหาผู้ใดเปรียบฝีพระหัตถ์ได้ไม่ หลังการชกมวยพระองค์และทหารจะเสด็จเที่ยวชมงานเยี่ยงสามัญชนโดยไม่มีผู้ใดรู้ว่าพระองค์คือ กษัตริย์</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><img class="aligncenter size-medium wp-image-147" title="พระเจ้าเสือ2" src="http://www.esytour.com/wp-content/uploads/2009/11/seor_2-197x300.jpg" alt="พระเจ้าเสือ2" width="197" height="300" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.esytour.com/%e0%b8%96%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แข่งเรือจังหวัดพิจิตร</title>
		<link>http://www.esytour.com/%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3</link>
		<comments>http://www.esytour.com/%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 04 Nov 2009 17:21:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ผู้ชายพาเที่ยว</dc:creator>
				<category><![CDATA[จังหวัดพิจิตร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.esytour.com/?p=137</guid>
		<description><![CDATA[



ประวัติความเป็นมา
ในอดีตการปกป้องรักษาบ้านเมือง นอกจากมีกำลังพลกองทัพบกแล้ว กำลังพลกองทัพเรือ ก็มีความสำคัญในการรักษาเอกราชของชาติ ตั้งแต่สมัย  กรุงสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี จนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ กำลังรบทางเรือในลำน้ำ แม่น้ำลำคลอง ใช้เรือพายเป็นหลัก การรบจะเรือพายเข้ามาชิดเรือข้าศึก และฝีพาย ซึ่งเป็นกำลังรบด้วย จะทำการเข้าประชิดตัวข้าศึก ทำการรบพุ่งกับข้าศึก. ดังนั้นเรือพายจึงเป็นกำลังหลักทางน้ำ ในยามบ้านเมืองสงบปราศจากข้าศึก กองทัพเรือได้ทำเรือพายมาใช้ในการแข่งขันกีฬา เช่น การเล่นเพลาเรือ พระเพณีพรและประเพณีแข่งเรือ













ประเพณีแข่งเรือยาวของจังหวัดพิจิตร
การแข่งเรือยาวของหวัดท่าหลวง  เริ่มในสมัยท่าเจ้าคุณ พระธรรมทัสส์มุนีวงค์ (เอี่ยม) เจ้าอาวาสวัดท่าหลวง และเจ้าคณะจังหวัดพิจิตร เมื่อ ประมาณ พ.ศ.  2450 ได้กำหนดงานจัดงานแข่งขันเรือตามกำหนดวัน คือ วันขึ้น 6 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี ภายหลังน้ำในแม่น้ำน่าน ลดลงเร็วเกินไป ไม่เหมาะสมจะแข่งขันเรือยาว จึงเปลี่ยนมาเป็นวันขึ้น 6 ค่ำ เดือน 10 และทางวัดแข่งขันเพียงวันเดียว การแข่งขันเรือยาว ได้จัดนำผ้าห่มหลวงพ่อเพชร มอบให้เป็นรางวัล สำหรับเรือยาวที่ชนะเลิศ และรองชนะเลิศ ต่อมาได้เปลี่ยนรางวัลเป็นธงที่มีรูปหลวงพ่อเพชรแทน












]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="aligncenter size-medium wp-image-139" title="การแข่งเรือยาวจังหวัดพิจิตร" src="http://www.esytour.com/wp-content/uploads/2009/11/1-300x225.jpg" alt="การแข่งเรือยาวจังหวัดพิจิตร" width="300" height="225" /></p>
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%" bgcolor="#FFFFFF">
<tbody>
<tr>
<td colspan="7" valign="top">ประวัติความเป็นมา</p>
<p>ในอดีตการปกป้องรักษาบ้านเมือง นอกจากมีกำลังพลกองทัพบกแล้ว กำลังพลกองทัพเรือ ก็มีความสำคัญในการรักษาเอกราชของชาติ ตั้งแต่สมัย  กรุงสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี จนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ กำลังรบทางเรือในลำน้ำ แม่น้ำลำคลอง ใช้เรือพายเป็นหลัก การรบจะเรือพายเข้ามาชิดเรือข้าศึก และฝีพาย ซึ่งเป็นกำลังรบด้วย จะทำการเข้าประชิดตัวข้าศึก ทำการรบพุ่งกับข้าศึก. ดังนั้นเรือพายจึงเป็นกำลังหลักทางน้ำ ในยามบ้านเมืองสงบปราศจากข้าศึก กองทัพเรือได้ทำเรือพายมาใช้ในการแข่งขันกีฬา เช่น การเล่นเพลาเรือ พระเพณีพรและประเพณีแข่งเรือ</td>
</tr>
<tr>
<td height="54"></td>
<td></td>
<td></td>
<td></td>
<td></td>
<td></td>
<td></td>
<td></td>
</tr>
<tr>
<td height="85"></td>
<td colspan="7" valign="top">ประเพณีแข่งเรือยาวของจังหวัดพิจิตร</p>
<p>การแข่งเรือยาวของหวัดท่าหลวง  เริ่มในสมัยท่าเจ้าคุณ พระธรรมทัสส์มุนีวงค์ (เอี่ยม) เจ้าอาวาสวัดท่าหลวง และเจ้าคณะจังหวัดพิจิตร เมื่อ ประมาณ พ.ศ.  2450 ได้กำหนดงานจัดงานแข่งขันเรือตามกำหนดวัน คือ วันขึ้น 6 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี ภายหลังน้ำในแม่น้ำน่าน ลดลงเร็วเกินไป ไม่เหมาะสมจะแข่งขันเรือยาว จึงเปลี่ยนมาเป็นวันขึ้น 6 ค่ำ เดือน 10 และทางวัดแข่งขันเพียงวันเดียว การแข่งขันเรือยาว ได้จัดนำผ้าห่มหลวงพ่อเพชร มอบให้เป็นรางวัล สำหรับเรือยาวที่ชนะเลิศ และรองชนะเลิศ ต่อมาได้เปลี่ยนรางวัลเป็นธงที่มีรูปหลวงพ่อเพชรแทน</td>
</tr>
<tr>
<td height="24"></td>
<td></td>
<td></td>
<td></td>
<td></td>
<td></td>
<td></td>
</tr>
</tbody>
</table>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.esytour.com/%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a3/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โรงแรมพลอยพาเลช</title>
		<link>http://www.esytour.com/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%8a</link>
		<comments>http://www.esytour.com/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%8a#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 01 Nov 2009 14:57:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ผู้ชายพาเที่ยว</dc:creator>
				<category><![CDATA[โรงแรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.esytour.com/?p=124</guid>
		<description><![CDATA[โรงแรมพลอยพาเลช
จองโรงแรมพลอยพาเลชได้ทีนีเลยครับ คลิก
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="aligncenter size-medium wp-image-127" title="โรงแรมพลอยพาเลช" src="http://www.esytour.com/wp-content/uploads/2009/11/ply-300x225.jpg" alt="โรงแรมพลอยพาเลช" width="300" height="225" />โรงแรมพลอยพาเลช</p>
<p><a title="จองเลย" href="http://ido24.org/phichai.com/mukdahan/ploy_palace_hotel" target="_self">จอง</a><strong><a title="จองเลย" href="http://ido24.org/phichai.com/mukdahan/ploy_palace_hotel" target="_self">โรงแรมพลอยพาเลช</a></strong><a title="จองเลย" href="http://ido24.org/phichai.com/mukdahan/ploy_palace_hotel" target="_self">ได้ทีนีเลยครับ คลิก</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.esytour.com/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%8a/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วัดศรีมงคลใต้</title>
		<link>http://www.esytour.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89</link>
		<comments>http://www.esytour.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Oct 2009 11:25:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ผู้ชายพาเที่ยว</dc:creator>
				<category><![CDATA[สถานที่สักการะบูชา]]></category>
		<category><![CDATA[พรเจ้าองค์หลวง]]></category>
		<category><![CDATA[วัดศรีมงคลใต้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.esytour.com/?p=120</guid>
		<description><![CDATA[
วัดศรีมงคลใต้ จังหวัดมุกดาหาร
เป็นวัดที่ประดิษฐานพระเจ้าองค์หลวง พระพุทธรูปก่ออิฐถือปูน ตั้งอยู่ใกล้กับ ท่าด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง สร้างขึ้นก่อนตั้งเมืองมุกดาหาร ไม่ปรากฏว่าสร้างในสมัยใด องค์มีขนาดหน้าตักกว้าง 2.20 เมตร ส่วนสูงเฉพาะองค์ถึงยอดพระเมาลี 2 เมตร สูงจากฐาน 3 เมตร
 ตามตำนานกล่าวว่า เมื่อ พ.ศ. 2310 เจ้ากินรีได้พาพรรคพวกอพยพจากฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงข้ามมาตั้งเมืองใหม่ขึ้นทางฝั่งขวาแม่น้ำโขง ตรงปากห้วยมุก แล้วตั้งนามเมืองว่า เมืองมุกดาหาร วันหนึ่งขณะที่เจ้ากินรีคุมบ่าวไพร่ถากถางอยู่ใกล้ต้นตาลเจ็ดยอด ได้พบพระพุทธรูปสององค์ องค์ใหญ่เป็นพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูน องค์เล็กเป็นพระพุทธรูปเหล็กอยู่ใต้ต้นโพธิ์ เจ้ากินรีจึงสร้างวัดขึ้นบริเวณนั้น และตั้งชื่อว่า วัดศรีมงคุณ (วัดศรีมงคลใต้ในปัจจุบัน) เพื่อเป็นมงคลแก่ชาวเมืองและเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปของทั้งสององค์ เมื่ออัญเชิญพระพุทธรูปทั้งสองไปไว้ในโบสถ์ รุ่งขึ้นเมื่อพระภิกษุประจำวัดเข้าไปสักการะ ก็ปรากฏว่าไม่พบพระพุทธรูปเหล็ก เมื่อค้นดูรอบๆ บริเวณวัด พบว่าพระพุทธรูปเหล็กไปประดิษฐานอยู่ใต้ต้นโพธิ์ตามเดิม และจมลงในดินเหลือแต่ยอดพระเมาลี เจ้ากินรีจึงสร้างแท่นสักการะบูชาไว้ ณ ที่นั้น และถวายนามว่า  พระหลุบเหล็ก ส่วนพระพุทธรูปองค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่วัดศรีมงคลใต้ เรียกนามว่า  พรเจ้าองค์หลวง เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองจวบ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="aligncenter size-medium wp-image-119" title="วัดศรีมงคลใต้" src="http://www.esytour.com/wp-content/uploads/2009/10/SANY0256-300x225.jpg" alt="วัดศรีมงคลใต้" width="300" height="225" /></p>
<p>วัดศรีมงคลใต้ จังหวัดมุกดาหาร</p>
<p style="margin-top: 0px; margin-right: 5px; margin-bottom: 0px; margin-left: 5px; list-style-type: none; list-style-position: initial; list-style-image: initial; vertical-align: baseline; outline-style: none; outline-width: initial; outline-color: initial; padding: 0px; border: initial none initial;"><span style="list-style-type: none; list-style-position: initial; list-style-image: initial; vertical-align: baseline; outline-style: none; outline-width: initial; outline-color: initial; font-size: 10pt; padding: 0px; margin: 0px; border: initial none initial;">เป็นวัดที่ประดิษฐานพระเจ้าองค์หลวง พระพุทธรูปก่ออิฐถือปูน ตั้งอยู่ใกล้กับ ท่าด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง สร้างขึ้นก่อนตั้งเมืองมุกดาหาร ไม่ปรากฏว่าสร้างในสมัยใด องค์มีขนาดหน้าตักกว้าง 2.20 เมตร ส่วนสูงเฉพาะองค์ถึงยอดพระเมาลี 2 เมตร สูงจากฐาน 3 เมตร</span></p>
<p style="margin-top: 0px; margin-right: 5px; margin-bottom: 0px; margin-left: 5px; list-style-type: none; list-style-position: initial; list-style-image: initial; vertical-align: baseline; outline-style: none; outline-width: initial; outline-color: initial; padding: 0px; border: initial none initial;"><span style="list-style-type: none; list-style-position: initial; list-style-image: initial; vertical-align: baseline; outline-style: none; outline-width: initial; outline-color: initial; font-size: 10pt; padding: 0px; margin: 0px; border: initial none initial;"> ตามตำนานกล่าวว่า เมื่อ พ.ศ. 2310 เจ้ากินรีได้พาพรรคพวกอพยพจากฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงข้ามมาตั้งเมืองใหม่ขึ้นทางฝั่งขวาแม่น้ำโขง ตรงปากห้วยมุก แล้วตั้งนามเมืองว่า เมืองมุกดาหาร วันหนึ่งขณะที่เจ้ากินรีคุมบ่าวไพร่ถากถางอยู่ใกล้ต้นตาลเจ็ดยอด ได้พบพระพุทธรูปสององค์ องค์ใหญ่เป็นพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูน องค์เล็กเป็นพระพุทธรูปเหล็กอยู่ใต้ต้นโพธิ์ เจ้ากินรีจึงสร้างวัดขึ้นบริเวณนั้น และตั้งชื่อว่า วัดศรีมงคุณ (วัดศรีมงคลใต้ในปัจจุบัน) เพื่อเป็นมงคลแก่ชาวเมืองและเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปของทั้งสององค์ เมื่ออัญเชิญพระพุทธรูปทั้งสองไปไว้ในโบสถ์ รุ่งขึ้นเมื่อพระภิกษุประจำวัดเข้าไปสักการะ ก็ปรากฏว่าไม่พบพระพุทธรูปเหล็ก เมื่อค้นดูรอบๆ บริเวณวัด พบว่าพระพุทธรูปเหล็กไปประดิษฐานอยู่ใต้ต้นโพธิ์ตามเดิม และจมลงในดินเหลือแต่ยอดพระเมาลี เจ้ากินรีจึงสร้างแท่นสักการะบูชาไว้ ณ ที่นั้น และถวายนามว่า <strong> พระหลุบเหล็ก</strong> ส่วนพระพุทธรูปองค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่วัดศรีมงคลใต้ เรียกนามว่า  <strong>พรเจ้าองค์หลวง</strong> เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองจวบ</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.esytour.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หอแก้วมุกดาหาร</title>
		<link>http://www.esytour.com/%e0%b8%ab%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3</link>
		<comments>http://www.esytour.com/%e0%b8%ab%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 17 Oct 2009 14:46:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ผู้ชายพาเที่ยว</dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดมุกดาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[หอแก้วมุกดาหาร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.esytour.com/?p=103</guid>
		<description><![CDATA[หอแก้วมุกดาหารจังหวัดมุกดาหาร
ประวัติและความเป็นมา

 
หอแก้วมุกดาหารเฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษก ตั้งอยู่บนถนนชยางกูร (มุกดาหาร-ดอนตาล) สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวโรกาสครองราชย์ครบ ๕๐ ปี หอแก้วมุกดาหารเป็นหอสูง ลักษณะเป็นอาคาร ๒ ชั้น ทรงเก้าเหลี่ยม ชั้น ๑ จัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้ในการดำรงชีวิตของชาวมุกดาหารชั้น ๒ เป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติเมืองมุกดาหาร วัตถุโบราณ ภาพถ่ายเก่า ตลอดจนเครื่องแต่งกายชาวไทยพื้นเมืองมุกดาหาร ๘ เผ่า ชั้น ๖ สามารถชมทัศนียภาพรอบตัวเมือง แม่น้ำโขงและฝั่งลาวได้อย่างสวยงาม ชั้นบนสุด (ชั้น๗) เป็นหอพระประดิษฐานพระพุทธรูปนวมิ่งมงคลมุกดาหารและพระประจำวันเกิดทั้ง ๗ วัน เปิดทุกวันตั้งแต่ เวลา ๐๘.๐๐-๑๘.๐๐ น. ค่าเข้าชม ๒๐ บาทหอแก้วที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสครองเป็นหอแก้วที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสครองราชย์ครบ 50 ปี ในวันที่ 9 มิ.ย.38 โดยนายสาโรช คัชมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารสมัยนั้น เป็นผู้ริเริ่มโครงการ โดยเริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 3 พ.ค.38 แล้วเสร็จวันที่ 31 พ.ค.39 ซึ่งนายธีระชัย ฐานิตสรณ์ บุตรชายนายย่ำเซ็ง แซ่ลิ้ม ได้บริจาคที่ดินจำนวน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หอแก้วมุกดาหารจังหวัดมุกดาหาร</p>
<p>ประวัติและความเป็นมา</p>
<p><img class="aligncenter size-medium wp-image-102" title="หอแก้วมุกหาหาร2" src="http://www.esytour.com/wp-content/uploads/2009/10/SANY0265-225x300.jpg" alt="หอแก้วมุกหาหาร2" width="225" height="300" /></p>
<p style="margin-left: 10px; margin-right: 5px; margin-top: -5px; margin-bottom: -5px;" align="center"><strong><span style="font-family: Tahoma;"> </span></strong></p>
<p style="margin-left: 10px; margin-right: 5px; margin-top: -5px; margin-bottom: -5px; text-align: left;"><span style="font-family: Tahoma;"><span style="color: #ffffff;">หอแก้วมุกดาหารเฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษก ตั้งอยู่บนถนนชยางกูร (มุกดาหาร-ดอนตาล) สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวโรกาสครองราชย์ครบ ๕๐ ปี หอแก้วมุกดาหารเป็นหอสูง ลักษณะเป็นอาคาร ๒ ชั้น ทรงเก้าเหลี่ยม ชั้น ๑ จัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้ในการดำรงชีวิตของชาวมุกดาหารชั้น ๒ เป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติเมืองมุกดาหาร วัตถุโบราณ ภาพถ่ายเก่า ตลอดจนเครื่องแต่งกายชาวไทยพื้นเมืองมุกดาหาร ๘ เผ่า ชั้น ๖ สามารถชมทัศนียภาพรอบตัวเมือง แม่น้ำโขงและฝั่งลาวได้อย่างสวยงาม ชั้นบนสุด (ชั้น๗) เป็นหอพระประดิษฐานพระพุทธรูปนวมิ่งมงคลมุกดาหารและพระประจำวันเกิดทั้ง ๗ วัน เปิดทุกวันตั้งแต่ เวลา ๐๘.๐๐-๑๘.๐๐ น. ค่าเข้าชม ๒๐ บาทหอแก้วที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสครองเป็นหอแก้วที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสครองราชย์ครบ 50 ปี <span lang="TH">ในวันที่ </span>9 <span lang="TH">มิ</span>.<span lang="TH">ย</span>.38 <span lang="TH">โดยนายสาโรช คัชมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารสมัยนั้น เป็นผู้ริเริ่มโครงการ โดยเริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ </span>3 <span lang="TH">พ</span>.<span lang="TH">ค</span>.38 <span lang="TH">แล้วเสร็จวันที่ </span>31 <span lang="TH">พ</span>.<span lang="TH">ค</span>.39 <span lang="TH">ซึ่งนายธีระชัย ฐานิตสรณ์ บุตรชายนายย่ำเซ็ง แซ่ลิ้ม ได้บริจาคที่ดินจำนวน </span>3 <span lang="TH">ไร่ </span>1 <span lang="TH">งาน </span>14 <span lang="TH">ตารางวา ให้กับองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร โดยไม่คิดมูลค่า เพื่อใช้เป็นสถานที่ก่อสร้างหอแก้วมุกดาหาร</span>มีพื้นที่ประมาณ 3 ไร่ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กมีความสูงทั้งสิ้น 65 เมตร จากหอชมวิวถึงยอดลูกแก้วสูง 15 เมตร แยกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนฐาน เป็นอาคาร 2 ชั้นทรง 9 เหลี่ยม เป็นสถานที่เก็บรักษาประวัติศาสตร์ของเมืองมุกดาหาร แสดงนิทรรศการทางศิลปวัฒนธรรมและวิถีของ คนสองฝั่งโขงตั้งแต่อดีต ตั้งชั้น 3-12 สูง 50 เมตร ชั้นที่ 12 เป็นสถานที่ เก็บรักษา อาวุธสิ่งของเครื่องใช้โบราณ ของคนสมัยก่อน ส่วนหอชมวิว และโดม มีความสูง 15 เมตร บนยอดสูงสุด เป็นที่ตั้ง &#8221; ลูกแก้วมุกดา &#8221; มีลักษณะกลมสีขาว หมอกมัวทำจากประเทศเยอรมันนี มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 10 เมตร ภายในเป็นที่ประดิษฐานของ &#8220;พระพุทธรูป นวมิ่งมุกดาหาร&#8221; เป็นพระพุทธรูปเนื้อเงินแท้บริสุทธิ์ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 50 ซม. ( 20 นิ้ว ) และพระพุทธรูปประจำวันเกิดต่าง ๆ ทั้ง 7 วัน สามารถชมทิวทัศน์ รอบตัวเมือง มุกดาหาร แม่น้ำโขง และแขวงสวันเขต ได้อย่างชัดเจน เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 น. -18.00 น. บัตรเข้าชมคนละ 20<span lang="en-us">.-</span>ครบ 50 ปี <span lang="TH">ในวันที่ </span>9 <span lang="TH">มิ</span>.<span lang="TH">ย</span>.38 <span lang="TH">โดยนายสาโรช คัชมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารสมัยนั้น เป็นผู้ริเริ่มโครงการ โดยเริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ </span>3 <span lang="TH">พ</span>.<span lang="TH">ค</span>.38 <span lang="TH">แล้วเสร็จวันที่ </span>31 <span lang="TH">พ</span>.<span lang="TH">ค</span>.39 <span lang="TH">ซึ่งนายธีระชัย ฐานิตสรณ์ บุตรชายนายย่ำเซ็ง แซ่ลิ้ม ได้บริจาคที่ดินจำนวน </span>3 <span lang="TH">ไร่ </span>1 <span lang="TH">งาน </span>14 <span lang="TH">ตารางวา ให้กับองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร โดยไม่คิดมูลค่า เพื่อใช้เป็นสถานที่ก่อสร้างหอแก้วมุกดาหาร</span>มีพื้นที่ประมาณ 3 ไร่ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กมีความสูงทั้งสิ้น 65 เมตร จากหอชมวิวถึงยอดลูกแก้วสูง 15 เมตร แยกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนฐาน เป็นอาคาร 2 ชั้นทรง 9 เหลี่ยม เป็นสถานที่เก็บรักษาประวัติศาสตร์ของเมืองมุกดาหาร แสดงนิทรรศการทางศิลปวัฒนธรรมและวิถีของ คนสองฝั่งโขงตั้งแต่อดีต ตั้งชั้น 3-12 สูง 50 เมตร ชั้นที่ 12 เป็นสถานที่ เก็บรักษา อาวุธสิ่งของเครื่องใช้โบราณ ของคนสมัยก่อน ส่วนหอชมวิว และโดม มีความสูง 15 เมตร บนยอดสูงสุด เป็นที่ตั้ง &#8221; ลูกแก้วมุกดา &#8221; มีลักษณะกลมสีขาว หมอกมัวทำจากประเทศเยอรมันนี มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 10 เมตร ภายในเป็นที่ประดิษฐานของ &#8220;พระพุทธรูป นวมิ่งมุกดาหาร&#8221; เป็นพระพุทธรูปเนื้อเงินแท้บริสุทธิ์ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 50 ซม. ( 20 นิ้ว ) และพระพุทธรูปประจำวันเกิดต่าง ๆ ทั้ง 7 วัน สามารถชมทิวทัศน์ รอบตัวเมือง มุกดาหาร แม่น้ำโขง และแขวงสวันเขต ได้อย่างชัดเจน เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 น. -18.00 น. บัตรเข้าชมคนละ 20<span lang="en-us">.-</span>บาท</span></span></p>
<p style="margin-left: 10px; margin-right: 5px; margin-top: -5px; margin-bottom: -5px;">
<h3 style="margin-bottom: 0.0001pt; page-break-after: avoid; font-size: 14pt; font-family: Tahoma; color: red; margin-left: 0cm; margin-right: 0cm; margin-top: 0cm;"><span style="font-weight: 400;" lang="TH"><span style="color: #ffffff; font-size: small;">ในแต่ละชั้นประกอบด้วยนิทรรศการดังต่อไปนี้</span></span><span style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="color: #ffffff; font-size: small;"><br />
ชั้นที่ </span></span><span style="font-family: Tahoma;"><span style="color: #ffffff; font-size: small;">1</span></span><span style="font-family: Tahoma; color: #ffffff; font-size: small;"> <span lang="TH">เป็นการจัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้และภาพปั้นดินเผา แสดงถึงวิถีชีวิตชาวมุกดาหารในอดีต</span></span><span style="font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="color: #ffffff; font-size: small;"><br />
ชั้นที่ </span></span><span style="font-family: Tahoma;"><span style="color: #ffffff; font-size: small;">2</span></span><span style="font-family: Tahoma; color: #ffffff; font-size: small;"> <span lang="TH">เป็นการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับการแสดงภาพถ่ายในอดีตของชนแปดเผ่าและประวัติความเป็นมาของเผ่าต่าง ๆ </span></span><span style="font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="color: #ffffff; font-size: small;"><br />
ชั้นที่ </span></span><span style="font-family: Tahoma;"><span style="color: #ffffff; font-size: small;">3 – 5</span></span><span style="font-family: Tahoma; color: #ffffff; font-size: small;"> <span lang="TH">เป็นแกนหอคอยมีบันไดเวียน ทั้งหมด </span>321 <span lang="TH">ขั้น</span></span><span style="font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="color: #ffffff; font-size: small;"><br />
ชั้นที่ </span></span><span style="font-family: Tahoma;"><span style="color: #ffffff; font-size: small;">6</span></span><span style="font-family: Tahoma; color: #ffffff; font-size: small;"> <span lang="TH">หอชมวิว  ชมทัศนียภาพของสองฝั่งโขงอันได้แก่ ตัวเมืองมุกดาหาร และแขวงสะหวันนะเขตสาธารณะรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ชมความงดงามของแม่น้ำโขงตอนที่มีความกว้างที่สุดในประเทศไทย และชมทิวทัศน์ภูมโนรมย์</span></span><span style="font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="color: #ffffff; font-size: small;"><br />
ชั้นที่ </span></span><span style="font-family: Tahoma;"><span style="color: #ffffff; font-size: small;">7</span></span><span style="font-family: Tahoma; color: #ffffff; font-size: small;"> <span lang="TH">เป็นหอพระเงินศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐานพระพุทธรูปเนื้อเงินแท้บริสุทธิ์ปางมารวิชัยหน้าตักกว้าง</span> 50 <span lang="TH">ซ</span>.<span lang="TH">ม</span>.(20 <span lang="TH">นิ้ว</span>) <span lang="TH">และพระพุทธรูปประจำวันเกิด ทั้ง </span>7<span lang="TH">ชมทัศนียภาพของเมืองมุกดาหารและแม่น้ำโขง </span></span><span style="font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="color: #00ffff; font-size: small;"><br />
ชื่อเต็ม </span></span></span><span style="font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="color: #00ff00; font-size: small;">หอแก้วมุกดาหาร เฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษก</span></span><span style="font-family: Tahoma; color: #00ff00; font-size: small;"><span lang="TH"> </span></span><span style="font-weight: 400;"><span style="color: #ffffff;"><span style="font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="font-size: small;">ตั้งอยู่ ถนนมุกดาหาร</span></span></span><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;"><span style="color: #ffffff;">-<span lang="TH">ดอนตาล อ</span>.<span lang="TH">เมืองมุกดาหาร จ</span>.<span lang="TH">มุกดาหาร โทรศัพท์</span> 0-4263-3211 <span lang="TH">เปิดทุกวันเวลา </span>08.00 – 18.00 <span lang="TH">น</span>. </span><span lang="TH"><span style="color: #ffffff;"><br />
อัตราค่าเยี่ยมชม คนละ </span></span><span style="color: #ffffff;">20 <span lang="TH">บาท</span> ( 20 <span lang="TH">คนขึ้นไปลด </span>20 % ) </span></span><span lang="TH"><span style="color: #ffffff; font-size: small;">โดย</span></span></span></span><span style="color: #ffffff;"><span style="font-weight: 400;"><span style="font-family: Tahoma; font-size: small;"><br />
¨</span><span style="font-style: normal; font-variant: normal; font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;"> </span></span><span style="font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="font-size: small;">นักเรียน ชั้น ป</span></span><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;">.1 – <span lang="TH">ป</span>.4 </span><span lang="TH"><span style="font-size: small;">เข้าชมฟรี</span></span></span><span style="font-family: Tahoma; font-size: small;"><br />
¨</span><span style="font-style: normal; font-variant: normal; font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;"> </span></span><span style="font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="font-size: small;">พระภิกษุ สามเณร นักพรต นักบวช   เข้าชมฟรี</span></span><span style="font-family: Tahoma; font-size: small;"><br />
¨</span><span style="font-style: normal; font-variant: normal; font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;"> </span></span><span style="font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="font-size: small;">นักเรียน ชั้น ม</span></span><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;">.1 – <span lang="TH">ม</span>.6 </span><span lang="TH"><span style="font-size: small;">ครึ่งราคา</span></span></span><span style="font-family: Tahoma; font-size: small;"><br />
¨</span><span style="font-style: normal; font-variant: normal; font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;"> </span></span><span style="font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="font-size: small;">เข้าเยี่ยมชมเป็นหมู่คณะ  เหมาจ่าย ลด </span></span><span style="font-family: Tahoma;"><span style="font-size: small;">20 %</span></span></span></span></h3>
<p style="margin-left: 10px; margin-right: 5px; margin-top: -5px; margin-bottom: -5px;">
<div><span style="font-family: tahoma;"><span style="line-height: normal; -webkit-border-horizontal-spacing: 2px; -webkit-border-vertical-spacing: 2px; font-size: x-small;"><br />
</span></span></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.esytour.com/%e0%b8%ab%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ศาลเจ้าแม่สองนาง</title>
		<link>http://www.esytour.com/%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%87</link>
		<comments>http://www.esytour.com/%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%87#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 17 Oct 2009 14:14:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ผู้ชายพาเที่ยว</dc:creator>
				<category><![CDATA[สถานที่สักการะบูชา]]></category>
		<category><![CDATA[ศาลเจ้าแม่สองนาง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.esytour.com/?p=89</guid>
		<description><![CDATA[ศาลเจ้าแม่สองนาง
ประวัติความเป็นมา ตามตำนานเล่าว่าเมื่อครั้งอดีตกาล
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_78" class="wp-caption aligncenter" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-78" title="ศาลเจ้าแม่สองนาง" src="http://www.esytour.com/wp-content/uploads/2009/10/SANY0248-300x225.jpg" alt="มุกดาหาร" width="300" height="225" /><p class="wp-caption-text">มุกดาหาร</p></div>
<p>ศาลเจ้าแม่สองนาง</p>
<p>ประวัติความเป็นมา ตามตำนานเล่าว่าเมื่อครั้งอดีตกาล</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.esytour.com/%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%87/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ศาลหลักเมืองมุกดาหาร</title>
		<link>http://www.esytour.com/%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87</link>
		<comments>http://www.esytour.com/%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 17 Oct 2009 13:56:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ผู้ชายพาเที่ยว</dc:creator>
				<category><![CDATA[จังหวัดมุกดาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[สถานที่สักการะบูชา]]></category>
		<category><![CDATA[มุกดาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ศาลหลักเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[สะพานมิตรภาพไทยลาว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.esytour.com/?p=80</guid>
		<description><![CDATA[ศาลหลักเมืองนี้ตังอยู่บริเวณตลาดราตรี(ตลาดโต้รุ่ง)หน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร ประวัติความเป็นมาไม่ทราบแน่ชัด แต่เป็นอีกที่หนึ่งที่ชาวจังหวัดมุกดาหาร เคารพสักการะบูชากัน ในเวลาค่ำจะมีร้านขายดอกไม้พวงมาลัยมาขายอยู่บริเวณด้านหน้าถ้าไปเที่ยวจังหวัดมุกดาหารก็อย่าลืมไป กราบ ศาลหลักเมืองมุกดาหารกันนะครับ  ขอให้โชคดีครับถูกล๊อตเตอรี่รางวัลที่ 1 ครับ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_76" class="wp-caption aligncenter" style="width: 310px"><img class="size-medium wp-image-76" title="ศาลหลักเมือง" src="http://www.esytour.com/wp-content/uploads/2009/10/SANY0241-300x225.jpg" alt="จังหวัดมุกดาหาร" width="300" height="225" /><p class="wp-caption-text">จังหวัดมุกดาหาร</p></div>
<p>ศาลหลักเมืองนี้ตังอยู่บริเวณตลาดราตรี(ตลาดโต้รุ่ง)หน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร ประวัติความเป็นมาไม่ทราบแน่ชัด แต่เป็นอีกที่หนึ่งที่ชาวจังหวัดมุกดาหาร เคารพสักการะบูชากัน ในเวลาค่ำจะมีร้านขายดอกไม้พวงมาลัยมาขายอยู่บริเวณด้านหน้าถ้าไปเที่ยวจังหวัดมุกดาหารก็อย่าลืมไป กราบ ศาลหลักเมืองมุกดาหารกันนะครับ  ขอให้โชคดีครับถูกล๊อตเตอรี่รางวัลที่ 1 ครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.esytour.com/%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บ้านเกิดพระยาพิชัยดาบหัก</title>
		<link>http://www.esytour.com/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%ab</link>
		<comments>http://www.esytour.com/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%ab#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 14 Oct 2009 17:48:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ผู้ชายพาเที่ยว</dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดอุตรดิตถ์]]></category>
		<category><![CDATA[อำเภอพิชัย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.esytour.com/?p=70</guid>
		<description><![CDATA[บ้านเกิดพระยาพิชัยดาบหัก
ปัจจุบันตั้งอยู่ที่ หมู่บ้านห้วยคา หมู่ที่ 9 ตำบลในเมือง อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ห่างจากตัวจังหวัดอุตรดิตถ์ประมาณ 40กิโลเมตร และห่างจากอำเภอพิชัยและหลายปีมานี้ช่วงต้นเดือนเมษายนของทุกปีจะมีการจัดงานประจำปีเพื่อให้ประชาชนได้มาสักการะบูชาพระยาพิชัยดาบหักที่บ้านเกิดท่านนี้ ซึ่งในงานก็จะมีการแสดงเรื่องราวประวัติของพระยาพิชัยดาบหักแสงสีเสียงอันตระการตาดำเนินงานโดย องค์การบริหารส่วนตำบลในเมืองและ อำเภอพิชัย
หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.phichai.com
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_71" class="wp-caption aligncenter" style="width: 191px"><img class="size-large wp-image-71    " title="พระยาพิชัยดาบหัก" src="http://www.esytour.com/wp-content/uploads/2009/10/3-1024x768.jpg" alt="พระยาพิชัยดาบหัก,อำเภอพิชัย,จังหวัดอุตรดิตถ์" width="181" height="136" /><p class="wp-caption-text">พระยาพิชัยดาบหัก,อำเภอพิชัย,จังหวัดอุตรดิตถ์</p></div>
<p><strong>บ้านเกิดพระยาพิชัยดาบหัก</strong></p>
<p>ปัจจุบันตั้งอยู่ที่ หมู่<strong>บ้านห้วยคา</strong> หมู่ที่ 9 ตำบลในเมือง<strong> อำเภอพิชัย</strong> <strong>จังหวัดอุตรดิตถ์</strong>ห่างจากตัวจังหวัดอุตรดิตถ์ประมาณ 40กิโลเมตร และห่างจาก<strong>อำเภอพิชั</strong>ยและหลายปีมานี้ช่วงต้นเดือนเมษายนของทุกปีจะมีการจัดงานประจำปีเพื่อให้ประชาชนได้มาสักการะบูชาพระยาพิชัยดาบหักที่บ้านเกิดท่านนี้ ซึ่งในงานก็จะมีการแสดงเรื่องราวประวัติของพระยาพิชัยดาบหักแสงสีเสียงอันตระการตาดำเนินงานโดย องค์การบริหารส่วนตำบลในเมืองและ อำเภอพิชัย</p>
<p>หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ <a href="http://phichai.com" target="_blank">www.phichai.com</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.esytour.com/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%ab/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แห่เทียนเข้าพรรษาอุบล</title>
		<link>http://www.esytour.com/%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%a5</link>
		<comments>http://www.esytour.com/%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%a5#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 14 Oct 2009 17:33:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ผู้ชายพาเที่ยว</dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.esytour.com/?p=67</guid>
		<description><![CDATA[
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="aligncenter size-medium wp-image-51" title="แห่เทียนเข้าพรรษาอุบลราชธานี" src="http://www.esytour.com/wp-content/uploads/2009/10/DSC_0025-300x199.jpg" alt="แห่เทียนเข้าพรรษาอุบลราชธานี" width="300" height="199" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.esytour.com/%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%a5/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วัดพระธาตุพนม</title>
		<link>http://www.esytour.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%9e%e0%b8%99%e0%b8%a1</link>
		<comments>http://www.esytour.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%9e%e0%b8%99%e0%b8%a1#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 14 Oct 2009 17:26:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ผู้ชายพาเที่ยว</dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดนครพนม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.esytour.com/?p=63</guid>
		<description><![CDATA[
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="aligncenter size-full wp-image-64" title="1" src="http://www.esytour.com/wp-content/uploads/2009/10/11.jpg" alt="1" width="400" height="400" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.esytour.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%9e%e0%b8%99%e0%b8%a1/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
